
วันพฤหัสบดีที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2551
วันพุธที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2551
การขอเครื่องราชอิสริยาภรณ์และเหรียญราชอิสริยาภรณ์ (ร.จ.ม./ร.จ.ม.)
๑. การขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์และเหรียญราชอิสริยาภรณ์ (ร.จ.ม./ร.จ.ม.)
หลักฐาน ดำเนินการปีละ ๑ ครั้ง ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นเกียรติยิ่งมงกุฎไทย พ.ศ.๒๕๓๖
เรื่องเริ่มจาก สบ.ทบ. แจ้งให้ นขต.ทบ. ปฏิบัติในเดือน ต.ค. – พ.ย. โดยกำหนดให้แต่ละหน่วยสรุปส่งเรื่องการขอพระราชทาน ฯ ประจำปีถึง สบ.ทบ. ไม่เกิน ๑๕ ธ.ค.
การปฏิบัติ กกพ.ฯ ออกเรื่องให้ นขต.ฯ, นขต.บก.ฯ และ บก.ฯ จัดทำและส่งบัญชีการเสนอขอพระราชทาน ฯ ประจำปีให้แก่ข้าราชการและลูกจ้างประจำ (ที่มีคุณสมบัติครบตามหลักเกณฑ์ที่ระเบียบ ฯ กำหนด) โดยให้แต่ละหน่วยส่งถึง กกพ.ฯ ภายใน พ.ย. เพื่อรวบรวมสรุปนำส่ง สบ.ทบ.
(เครื่องราช ฯ ส่งภายใน ๑๕ ธ.ค. และ ร.จ.ม./ร.จ.พ. ส่งภายใน ๓๑ ธ.ค.) สำหรับลูกจ้างประจำ
จะขอพระราชทาน ฯ ให้เฉพาะเครื่องราช ฯ
๒. การรับเครื่องราชอิสริยาภรณ์และ ร.จ.ม./ร.จ.พ.
- ดำเนินการปีละ ๑ ครั้ง เช่นเดียวกับการขอพระราชทานเครื่องราช ฯ
- สบ.ทบ. ส่งเรื่องให้ นขต.ทบ. ในเดือน มิ.ย. เพื่อให้แต่ละหน่วยจัดทำหลักฐานในการขอรับเครื่องราช ฯ / เหรียญ ฯ โดยเจ้าหน้าที่เครื่องราช ฯ ของแต่ละหน่วยเมื่อดำเนินการเรื่องเอกสารการรับเรียบร้อยแล้ว จะต้องประสานแผนกบำเหน็จความชอบ สบ.ทบ. ในการกำหนดวัน เวลาที่จะไปขอรับของจากเจ้าหน้าที่ สบ.ทบ.
การปฏิบัติ กกพ.ฯ ออกเรื่องให้ นขต.ฯ, นขต.บก.ฯ แต่ละหน่วยตรวจสอบ แล้วจัดทำบัญชีขอรับเครื่องราช ฯ / เหรียญ ฯ ส่งถึง กกพ.รร.จปร. ภายใน ๒๐ ก.ค. เพื่อสรุปรวบรวม/ ตรวจสอบพร้อมทั้งจัดเจ้าหน้าที่เครื่องราช ฯ ของหน่วย และออกคำสั่ง ฯ นำส่งเอกสารหลักฐาน ฯ ไปขอรับของจาก สบ.ทบ. เพื่อนำมาจ่ายให้แก่ข้าราชการผู้ที่ได้รับพระราชทาน ฯ ต่อไป
๓. การส่งคืนเครื่องราช ฯ (ไม่ต้องส่งคืนประเภทเหรียญราชอิสริยาภรณ์ เช่น ร.จ.ม./ร.จ.พ.ตามที่ระเบียบ ฯ กำหนด)
การปฏิบัติ ดำเนินการส่งคืนตามระเบียบ ฯ ได้ตลอดทั้งปี โดยให้แต่ละหน่วยรวบรวมเครื่องราช ฯ ของข้าราชการผู้ที่ประสงค์จะขอคืนมาที่ กกพ.ฯ เพื่อรวบรวมนำส่ง สบ.ทบ. โดยเจ้าหน้าที่ สบ.ทบ. จะรับและออกใบตอบรับการส่งคืนเครื่องราช ฯ ดังกล่าว เสร็จแล้ว กกพ.ฯ จะมอบใบตอบรับการส่งคืนให้กับผู้ส่งคืนทุกราย เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐาน ฯ (ควรสำเนาไว้ในสมุดประวัติฯ)
หลักฐาน ดำเนินการปีละ ๑ ครั้ง ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นเกียรติยิ่งมงกุฎไทย พ.ศ.๒๕๓๖
เรื่องเริ่มจาก สบ.ทบ. แจ้งให้ นขต.ทบ. ปฏิบัติในเดือน ต.ค. – พ.ย. โดยกำหนดให้แต่ละหน่วยสรุปส่งเรื่องการขอพระราชทาน ฯ ประจำปีถึง สบ.ทบ. ไม่เกิน ๑๕ ธ.ค.
การปฏิบัติ กกพ.ฯ ออกเรื่องให้ นขต.ฯ, นขต.บก.ฯ และ บก.ฯ จัดทำและส่งบัญชีการเสนอขอพระราชทาน ฯ ประจำปีให้แก่ข้าราชการและลูกจ้างประจำ (ที่มีคุณสมบัติครบตามหลักเกณฑ์ที่ระเบียบ ฯ กำหนด) โดยให้แต่ละหน่วยส่งถึง กกพ.ฯ ภายใน พ.ย. เพื่อรวบรวมสรุปนำส่ง สบ.ทบ.
(เครื่องราช ฯ ส่งภายใน ๑๕ ธ.ค. และ ร.จ.ม./ร.จ.พ. ส่งภายใน ๓๑ ธ.ค.) สำหรับลูกจ้างประจำ
จะขอพระราชทาน ฯ ให้เฉพาะเครื่องราช ฯ
๒. การรับเครื่องราชอิสริยาภรณ์และ ร.จ.ม./ร.จ.พ.
- ดำเนินการปีละ ๑ ครั้ง เช่นเดียวกับการขอพระราชทานเครื่องราช ฯ
- สบ.ทบ. ส่งเรื่องให้ นขต.ทบ. ในเดือน มิ.ย. เพื่อให้แต่ละหน่วยจัดทำหลักฐานในการขอรับเครื่องราช ฯ / เหรียญ ฯ โดยเจ้าหน้าที่เครื่องราช ฯ ของแต่ละหน่วยเมื่อดำเนินการเรื่องเอกสารการรับเรียบร้อยแล้ว จะต้องประสานแผนกบำเหน็จความชอบ สบ.ทบ. ในการกำหนดวัน เวลาที่จะไปขอรับของจากเจ้าหน้าที่ สบ.ทบ.
การปฏิบัติ กกพ.ฯ ออกเรื่องให้ นขต.ฯ, นขต.บก.ฯ แต่ละหน่วยตรวจสอบ แล้วจัดทำบัญชีขอรับเครื่องราช ฯ / เหรียญ ฯ ส่งถึง กกพ.รร.จปร. ภายใน ๒๐ ก.ค. เพื่อสรุปรวบรวม/ ตรวจสอบพร้อมทั้งจัดเจ้าหน้าที่เครื่องราช ฯ ของหน่วย และออกคำสั่ง ฯ นำส่งเอกสารหลักฐาน ฯ ไปขอรับของจาก สบ.ทบ. เพื่อนำมาจ่ายให้แก่ข้าราชการผู้ที่ได้รับพระราชทาน ฯ ต่อไป
๓. การส่งคืนเครื่องราช ฯ (ไม่ต้องส่งคืนประเภทเหรียญราชอิสริยาภรณ์ เช่น ร.จ.ม./ร.จ.พ.ตามที่ระเบียบ ฯ กำหนด)
การปฏิบัติ ดำเนินการส่งคืนตามระเบียบ ฯ ได้ตลอดทั้งปี โดยให้แต่ละหน่วยรวบรวมเครื่องราช ฯ ของข้าราชการผู้ที่ประสงค์จะขอคืนมาที่ กกพ.ฯ เพื่อรวบรวมนำส่ง สบ.ทบ. โดยเจ้าหน้าที่ สบ.ทบ. จะรับและออกใบตอบรับการส่งคืนเครื่องราช ฯ ดังกล่าว เสร็จแล้ว กกพ.ฯ จะมอบใบตอบรับการส่งคืนให้กับผู้ส่งคืนทุกราย เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐาน ฯ (ควรสำเนาไว้ในสมุดประวัติฯ)
การประเมินค่าการปฏิบัติงานข้าราชการและลูกจ้างประจำ
๑. หลักฐาน ดำเนินการตามระเบียบ ทบ. ว่าด้วยการประเมินค่าการปฏิบัติงานข้าราชการและลูกจ้างประจำ พ.ศ.๒๕๔๕
๑.๑ นขต.ทบ. ดำเนินการส่ง ทบ. (สบ.ทบ.) ปีละ ๒ ครั้ง ตามวงรอบของปีงบประมาณ
- ครั้งที่ ๑ (ห้วงรายงาน ๑ ต.ค. – ๓๑ มี.ค.) ส่ง สบ.ทบ. ภายใน ๑ ก.พ.
- ครั้งที่ ๒ (ห้วงรายงาน ๑ เม.ย. – ๓๐ ก.ย.) ส่ง สบ.ทบ. ภายใน ๑ ส.ค.
๒. การปฏิบัติ กกพ.ฯ ออกเรื่องให้ นขต.ฯ, นขต.บก.ฯ และ บก.ฯ ทำการประเมินค่าการปฏิบัติงานของข้าราชการและลูกจ้างประจำทุกคน ยกเว้นนายทหาร ฯ ชั้นยศ พล.ท.ขึ้นไป เสร็จแล้วให้ทุกหน่วยนำผลคะแนนประเมินค่า ฯ ของกำลังพลในสังกัด ลงโปรแกรมมโหรี ฯ ของหน่วย เพื่อบันทึกลงแผ่นดิสก์พร้อมทั้งจัดพิมพ์เป็นเอกสาร ๒ ชุด และสรุปรายงานผลตามที่ สบ. กำหนด โดยให้ส่งผลการประเมินค่า ฯ ดังกล่าว ถึง กกพ.ฯ ภายใน ๑๕ ม.ค. หรือ ๑๕ ก.ค. เพื่อสรุปรวบรวมรายงานผู้บังคับบัญชาและดำเนินการนำส่ง ทบ (สบ.ทบ.) ตามกำหนดเวลาต่อไป
๑.๑ นขต.ทบ. ดำเนินการส่ง ทบ. (สบ.ทบ.) ปีละ ๒ ครั้ง ตามวงรอบของปีงบประมาณ
- ครั้งที่ ๑ (ห้วงรายงาน ๑ ต.ค. – ๓๑ มี.ค.) ส่ง สบ.ทบ. ภายใน ๑ ก.พ.
- ครั้งที่ ๒ (ห้วงรายงาน ๑ เม.ย. – ๓๐ ก.ย.) ส่ง สบ.ทบ. ภายใน ๑ ส.ค.
๒. การปฏิบัติ กกพ.ฯ ออกเรื่องให้ นขต.ฯ, นขต.บก.ฯ และ บก.ฯ ทำการประเมินค่าการปฏิบัติงานของข้าราชการและลูกจ้างประจำทุกคน ยกเว้นนายทหาร ฯ ชั้นยศ พล.ท.ขึ้นไป เสร็จแล้วให้ทุกหน่วยนำผลคะแนนประเมินค่า ฯ ของกำลังพลในสังกัด ลงโปรแกรมมโหรี ฯ ของหน่วย เพื่อบันทึกลงแผ่นดิสก์พร้อมทั้งจัดพิมพ์เป็นเอกสาร ๒ ชุด และสรุปรายงานผลตามที่ สบ. กำหนด โดยให้ส่งผลการประเมินค่า ฯ ดังกล่าว ถึง กกพ.ฯ ภายใน ๑๕ ม.ค. หรือ ๑๕ ก.ค. เพื่อสรุปรวบรวมรายงานผู้บังคับบัญชาและดำเนินการนำส่ง ทบ (สบ.ทบ.) ตามกำหนดเวลาต่อไป
การทดสอบสมรภาพร่างกายกำลังพลประจำปี
๑. หลักฐาน ดำเนินการตามคำสั่ง ทบ. ที่ ๘๒๓/๒๕๓๐ ลง ๑ ก.ย.๓๐ ปีละ ๒ ครั้ง
๑.๑ ครั้งที่ ๑ ปฏิบัติในเดือน ก.พ. (รวบรวมผลทดสอบ ฯ ส่ง สบ.ทบ. ภายใน ๑๕ มี.ค)
๑.๒ ครั้งที่ ๒ ปฏิบัติในเดือน ส.ค. (รวบรวมผลทดสอบ ฯ ส่ง สบ.ทบ. ภายใน ๑๕ ก.ย.)
๒. การปฏิบัติ
๒.๑ กพศ.กรม นนร.รอ. เสนอแผนการทดสอบ ฯ ให้ กกพ.ฯ ยกร่างออกคำสั่ง ฯ ให้ นขต.ฯ, นขต.บก.ฯ และ บก.ฯ แจ้งกำลังพลปฏิบัติตามกำหนดในข้อ ๓.๑ และแต่ละหน่วยให้การสนับสนุนตามคำสั่ง ฯ จะออกประมาณ ก.ค. และ ม.ค.
๒.๒ เมื่อดำเนินการทดสอบ ฯ เสร็จสิ้นในแต่ละครั้ง กพศ.ฯ จะต้องเร่งส่งผลทดสอบ ฯ ให้
นขต.ฯ, นขต.บก.ฯ และ บก.ฯ (กกพ.ฯ) รวม ๗ หน่วย เพื่อผลคะแนนทดสอบ ฯ ของทุกคนลงโปรแกรมมโหรี ฯ ของแต่ละหน่วย ก่อนบันทึกข้อมูลผลการทดสอบ ฯ ลงแผ่นดิสก์ พร้อมทั้งให้จัดพิมพ์ผลทดสอบ ฯ ที่ลงโปรแกรม ฯ แล้ว ๒ ชุด เพื่อให้ผู้เข้ารับการทดสอบ ฯ แต่ละคน
ตรวจสอบและลงชื่อรับรองผล ก่อนรวบรวมนำส่ง กกพ.ฯ ตามเวลาที่กำหนด
๒.๓ สำหรับกำลังพลที่ไปเข้ารับการศึกษาหลักสูตรต่างฯ ใน ทบ.หรือช่วยราชการนอกหน่วย ให้หน่วยต้นสังกัด ประสานติดตามผลคะแนนทดสอบ ฯ เพื่อลงโปรแกรมมโหรี ฯ และส่งผลพร้อมกำลังพลส่วนรวมของหน่วยทุกครั้งที่ทำการทดสอบ ฯ ประจำปี
๒.๔ กกพ.ฯ ตรวจสอบรายละเอียดขั้นสุดท้าย ก่อนสรุปเป็นส่วนรวมเพื่อนำเรียน ฯ และนำส่งผลทำสอบ ฯ ในส่วนของนายทหารสัญญาบัตร ถึง ทบ. (สบ.ทบ.) ตามกำหนดเวลาในข้อ ๒.๑
๑.๑ ครั้งที่ ๑ ปฏิบัติในเดือน ก.พ. (รวบรวมผลทดสอบ ฯ ส่ง สบ.ทบ. ภายใน ๑๕ มี.ค)
๑.๒ ครั้งที่ ๒ ปฏิบัติในเดือน ส.ค. (รวบรวมผลทดสอบ ฯ ส่ง สบ.ทบ. ภายใน ๑๕ ก.ย.)
๒. การปฏิบัติ
๒.๑ กพศ.กรม นนร.รอ. เสนอแผนการทดสอบ ฯ ให้ กกพ.ฯ ยกร่างออกคำสั่ง ฯ ให้ นขต.ฯ, นขต.บก.ฯ และ บก.ฯ แจ้งกำลังพลปฏิบัติตามกำหนดในข้อ ๓.๑ และแต่ละหน่วยให้การสนับสนุนตามคำสั่ง ฯ จะออกประมาณ ก.ค. และ ม.ค.
๒.๒ เมื่อดำเนินการทดสอบ ฯ เสร็จสิ้นในแต่ละครั้ง กพศ.ฯ จะต้องเร่งส่งผลทดสอบ ฯ ให้
นขต.ฯ, นขต.บก.ฯ และ บก.ฯ (กกพ.ฯ) รวม ๗ หน่วย เพื่อผลคะแนนทดสอบ ฯ ของทุกคนลงโปรแกรมมโหรี ฯ ของแต่ละหน่วย ก่อนบันทึกข้อมูลผลการทดสอบ ฯ ลงแผ่นดิสก์ พร้อมทั้งให้จัดพิมพ์ผลทดสอบ ฯ ที่ลงโปรแกรม ฯ แล้ว ๒ ชุด เพื่อให้ผู้เข้ารับการทดสอบ ฯ แต่ละคน
ตรวจสอบและลงชื่อรับรองผล ก่อนรวบรวมนำส่ง กกพ.ฯ ตามเวลาที่กำหนด
๒.๓ สำหรับกำลังพลที่ไปเข้ารับการศึกษาหลักสูตรต่างฯ ใน ทบ.หรือช่วยราชการนอกหน่วย ให้หน่วยต้นสังกัด ประสานติดตามผลคะแนนทดสอบ ฯ เพื่อลงโปรแกรมมโหรี ฯ และส่งผลพร้อมกำลังพลส่วนรวมของหน่วยทุกครั้งที่ทำการทดสอบ ฯ ประจำปี
๒.๔ กกพ.ฯ ตรวจสอบรายละเอียดขั้นสุดท้าย ก่อนสรุปเป็นส่วนรวมเพื่อนำเรียน ฯ และนำส่งผลทำสอบ ฯ ในส่วนของนายทหารสัญญาบัตร ถึง ทบ. (สบ.ทบ.) ตามกำหนดเวลาในข้อ ๒.๑
ทุนการศึกษาของ นนร.
ทุนการศึกษาของ นนร. มี ๒ ประเภท
๑. ทุนประเภทต่อเนื่อง ฯ
๑.๑ การปฏิบัติ เริ่มดำเนินการเมื่อเปิดภาคการศึกษาในแต่ละปี ในเดือน พ.ค. – ก.ค. ซึ่งโดยรวมจะเป็นทุนที่ผู้รับทุน ฯ ได้รับต่อเนื่องมาตั้งแต่เข้าเป็น นทต. จนจบการศึกษาใน รร.เหล่า
รวมทั้งที่มีผู้อุปการะทุนให้มาเป็นเงินจำนวนหนึ่ง แล้ว กกพ.ฯ ออกคำสั่ง ฯ ให้ นนร. ได้รับทุน ฯ
เป็นรายเดือน
๑.๒ จำนวนเงินทุนต่อปีการศึกษาที่ นนร.ผู้รับทุนจะได้รับในแต่ละปีจะมีการเปลี่ยนแปลงเพิ่ม หรือลดลง ตามสภาวะเศรษฐกิจในปีนั้น ๆ
๒. ทุนประเภทมอบให้ครั้งเดียว มี ๒ ลักษณะ
๒.๑ การปฏิบัติ ให้ทุนในลักษณะที่หน่วยงาน / องค์กรต่าง ๆ แจ้งความประสงค์ขอมอบทุนให้แก่ นนร. ปีละครั้ง จำนวน ๑ – ๕ ทุน (ทุนละประมาณ ๒,๐๐๐ – ๕,๐๐๐ บาท) ซึ่งจะเป็นทุนที่มอบให้ไม่ต่อเนื่องหรือไม่ระบุเฉพาะตัวผู้รับทุน ฯ
๒.๒ ไม่ระบุ หรือกำหนดวัน เวลาการมอบทุนที่แน่นอน เป็นทุนการศึกษาที่มอบให้แก่ นนร. เป็นครั้งคราวในแต่ละปี โดยมอบทุนให้แล้วก็จบไป
๑. ทุนประเภทต่อเนื่อง ฯ
๑.๑ การปฏิบัติ เริ่มดำเนินการเมื่อเปิดภาคการศึกษาในแต่ละปี ในเดือน พ.ค. – ก.ค. ซึ่งโดยรวมจะเป็นทุนที่ผู้รับทุน ฯ ได้รับต่อเนื่องมาตั้งแต่เข้าเป็น นทต. จนจบการศึกษาใน รร.เหล่า
รวมทั้งที่มีผู้อุปการะทุนให้มาเป็นเงินจำนวนหนึ่ง แล้ว กกพ.ฯ ออกคำสั่ง ฯ ให้ นนร. ได้รับทุน ฯ
เป็นรายเดือน
๑.๒ จำนวนเงินทุนต่อปีการศึกษาที่ นนร.ผู้รับทุนจะได้รับในแต่ละปีจะมีการเปลี่ยนแปลงเพิ่ม หรือลดลง ตามสภาวะเศรษฐกิจในปีนั้น ๆ
๒. ทุนประเภทมอบให้ครั้งเดียว มี ๒ ลักษณะ
๒.๑ การปฏิบัติ ให้ทุนในลักษณะที่หน่วยงาน / องค์กรต่าง ๆ แจ้งความประสงค์ขอมอบทุนให้แก่ นนร. ปีละครั้ง จำนวน ๑ – ๕ ทุน (ทุนละประมาณ ๒,๐๐๐ – ๕,๐๐๐ บาท) ซึ่งจะเป็นทุนที่มอบให้ไม่ต่อเนื่องหรือไม่ระบุเฉพาะตัวผู้รับทุน ฯ
๒.๒ ไม่ระบุ หรือกำหนดวัน เวลาการมอบทุนที่แน่นอน เป็นทุนการศึกษาที่มอบให้แก่ นนร. เป็นครั้งคราวในแต่ละปี โดยมอบทุนให้แล้วก็จบไป
กองทุนเลี้ยงชีพ ฯ ลูกจ้างประจำ (กสจ.)
เป็นกองทุน ฯ ที่ให้ผลประโยชน์แก่ลูกจ้างประจำโดยเฉพาะ ลักษณะเดียวกับ กบข.
๑. การปฏิบัติ ลูกจ้างประจำ สังกัด รร.จปร.
๑.๑ ลูกจ้างประจำ สมัครสมาชิกได้ตลอดทั้งปี ไม่จำกัดห้วงวัน เวลาการสมัคร โดย กกพ.ฯ สรุปรวบรวมนำส่งการสมัครสมาชิกให้กองทุน ฯ เดือนละ ๑ ครั้ง ส่งเรื่องไม่เกินวันที่
๑๕ ของเดือน
๑.๒ ผกง.รร.จปร. หักเงินได้รายเดือนของลูกจ้างประจำผู้สมัครเป็นสมาชิก ๓ %
เพื่อรวบรวมนำส่งกองทุน ฯ ทุกเดือน
๑.๓ สมาชิก ฯ สามารถดำเนินการถอนเงินกองทุน ฯ คืนได้ทุกกรณี ไม่ว่าลาออก, ถูกไล่ออก, เกษียณอายุราชการ หรือตาย ปฏิบัติได้ตลอดทั้งปี
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.gpef.or.th/
๑. การปฏิบัติ ลูกจ้างประจำ สังกัด รร.จปร.
๑.๑ ลูกจ้างประจำ สมัครสมาชิกได้ตลอดทั้งปี ไม่จำกัดห้วงวัน เวลาการสมัคร โดย กกพ.ฯ สรุปรวบรวมนำส่งการสมัครสมาชิกให้กองทุน ฯ เดือนละ ๑ ครั้ง ส่งเรื่องไม่เกินวันที่
๑๕ ของเดือน
๑.๒ ผกง.รร.จปร. หักเงินได้รายเดือนของลูกจ้างประจำผู้สมัครเป็นสมาชิก ๓ %
เพื่อรวบรวมนำส่งกองทุน ฯ ทุกเดือน
๑.๓ สมาชิก ฯ สามารถดำเนินการถอนเงินกองทุน ฯ คืนได้ทุกกรณี ไม่ว่าลาออก, ถูกไล่ออก, เกษียณอายุราชการ หรือตาย ปฏิบัติได้ตลอดทั้งปี
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.gpef.or.th/
วันอาทิตย์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2551
ระเบียบกองทัพบก ว่าด้วยการลา พ.ศ.๒๕๓๖
ระเบียบกองทัพบก
ว่าด้วยการลา
พ.ศ.๒๕๓๖
-----------------
ว่าด้วยการลา
พ.ศ.๒๕๓๖
-----------------
โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงระเบียบกองทัพบกว่าด้วยการลา ให้เหมาะสมยิ่งขึ้นและสอดคล้องกับข้อยังคับกระทรวงกลาโหมว่าด้วยการลา พ.ศ.๒๕๓๕ท จึงกำหนดระเบียบไว้ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกองทัพบกว่าด้วยการลา พ.ศ.๒๕๓๖”
ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่ ๒๙ มกราคม ๒๕๓๖ เป็นต้นไป
ข้อ ๓ ให้ยกเลิก
๓.๑ ระเบียบกองทัพบกว่าด้วยการลา พ.ศ.๒๕๒๕
๓.๒ ระเบียบกองทัพบกว่าด้วยการลา (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๒๘
บรรดาความในระเบียบ คำสั่ง และคำชี้แจงใด ๆ ซึ่งขัดแย้งกับระเบียบนี้ให้ใช้ความในระเบียบนี้แทน
หมวด ๑
บททั่วไป
ข้อ ๔ ในระเบียบนี้
๔.๑ “การลาติดตามคู่สมรส” หมายความว่า ลาติดตามสามีหรือภริยาโดยชอบด้วยกฏหมาย ที่เป็นข้าราชการหรือพนักงานรัฐวิสาหกิจ ซึ่งไปปฏิบัติหน้าที่ราชการหรือไปปฏิบัติงานในต่างประเทศ หรือทางราชการสั่งให้ไปปฏิบัติงานในต่างประเทศตามความต้องการของทางราชการ ตามกฏหมายว่าด้วยการกำหนดหลักเกณฑ์การสั่งให้ไปทำการซึ่งให้นับเวลาระหว่างนั้นเหมือนเต็มเวลาราชการหรือเต็มเวลาทำงาน ตั้งแต่ ๑ ปีขึ้นไป แต่ไม่รวมถึงกรณีคู่สมรสลาไปศึกษาฝึกอบรม ดูงาน หรือปฏิบัติการวิจัย ณ ต่างประเทศ
๔.๒ “องค์การระหว่างประเทศ” หมายความว่า องค์การที่ได้รับการจัดตั้งขึ้นด้วยความตกลงระหว่างประเทศทั้งในระดับรัฐบาลและระดับเอกชน และสำหรับองค์การสหประชาชาติด้วยให้หมายความรวมถึง ทบวงการชำนาญพิเศษ และองค์การอื่นใดในเครือสหประชาชาติด้วย
๔.๓ “องค์การต่างประเทศ” หมายความว่า องค์การหรือสถาบันต่างประเทศตามที่ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี จะได้ประกาศรายชื่อให้ทราบ
๔.๔ “การไปปฏิบัติงานในองค์การระหว่างประเทศ” หมายความรวมถึงการไปปฏิบัติงานตามโครงการแลกเปลี่ยนอาจารย์ การไปปฏิบัติงานในองค์การต่างประเทศ การไปปฏิบัติงานในต่างประเทศในลักษณะเดียวกันกับการไปปฏิบัติงานในองค์การระหว่างประเทศ รวมทั้งการไปปฏิบัติงานในหน่วยงานขององค์การระหว่างประเทศ หน่วยงานขององค์ต่างประเทศหรือ
หมวด ๔
การลากิจ
ข้อ ๒๔ ข้าราชการทหารสังกัดกองทัพบก ที่ลาคลอดบุตรตามข้อ ๒๐ แล้ว หากประสงค์จะลาเพื่อเลี้ยงดูบุตรเพิ่มอีก ให้มีสิทธิลากิจเพื่อเลี้ยงดูบุตรต่อเนื่องจากการลาคลอดบุตรโดยได้รับเงินเดือนได้อีกไม่เกิน ๓๐ วันทำการ
ข้อ ๒๕ ข้าราชการทหารสังกัดกองทัพบก มีสิทธิลากิจ รวมที้งลากิจเพื่อเลี้ยงดูยุตรต่อเนื่องจากการลาคลอดบุตร โดยได้รับเงินเดืออนปีละเกิน ๔๕ วันทำการ สำหรับทหารหฃกองประจำการตามกฏหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร จะลาได้ไม่เกิน ๒๓ วันทำการ
ข้าราชการทหารสังกัดกองทัพบก ผู้ที่ได้ใช้สิทธิลากิจ เพื่อเลี้ยงดูบุตรต่อเนื่องจากการลาคลอดบุตร ตามข้อ ๒๔ ในปีใดแล้ว ให้มีสิทธิลากิจโดยได้รับเงินเดือนได้อีกตามจำนวนวันที่เหลืออยู่
ข้อ ๒๖ ข้อราชการทหารสังกัดกองทัพบก ที่ลาคลอดบุตรและลากิจเพื่อเลี้ยงดูบุตรต่อเนื่องจากการลคลอดบุตร โดยมีสิทธิได้รับเงินเดือนตามข้อ ๒๐ และ ข้อ ๒๔ แล้ว หากประสงค์จะลากิจเพื่อเลี้ยวดูบุตรต่อไปอีก ให้ลาได้ไม่เกิน ๑๕๐ วันทำการ โดยไม่มีสิทธิได้รับเงินเดือนระหว่างลา
ข้อ ๒๗ ข้าราชการทหารสังกัดกองทัพบก จะลากิจไปต่างประเทศได้ดังนี้
๒๗.๑ ลาไปประเทศที่มีอาณาเขตติดต่อกับประเทศไทย เช่น มาเลเซีย สหภาพพม่า สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว กัมพูชา เป็นต้น จะลาได้ตามกำหนดวันลาในข้อ ๒๕
๒๗.๒ ลาไปประเทศในทวีปเอเซียนอกจากที่กล่าวในข้อ ๒๗.๑ จะลาเพิ่มจากกำหนดวันลาในข้อ ๒๕ ได้อีกไม่เกิน ๕ วันทำการ
๒๗.๓ ลาไปประเทศในทวีปยุโรปอเมริกา แอฟริกา ออสเตรเลีย หรือประเทศอื่น นอกจากที่กล่าวในข้อ ๒๗.๑ และ ข้อ ๒๗.๒ จะลาเพิ่มจากกำหนดวันลาในข้อ ๒๕ ได้อีกไม่เกิน ๑๐ วันทำการ
สำหรับผู้ที่ลากิจไปต่างประเทศ เมื่อข้าราชการผู้นั้นได้ไปถึงยังประเทศที่ลาไปแล้วให้รายงานหรือแจ้งต่อสำนักงานผู้ช่วยทูตทหารบก ประจำสถานทูตของประเทศนั้น ๆ หรือผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารซึ่งเป็นผู้รักษาราชการในตำแหน่งผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารบกประจำสถานทูตของประเทศนั้น ๆ ทราบ โดยจะรายงานด้วยหนังสือ ด้วยวาจา หรือ ด้วยเครื่องมือสื่อสารก็ได้ตามแบบพิมพ์ท้ายระเบียบนี้ และเมื่อมีปัญหาข้อขัดข้องที่จะต้องอยู่เกินกำหนดการลาหรือไปราชการจะต้องรายงานให้สำนักงานผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารบกแห่งใดแห่งหนึ่งที่กล่าวมาแล้วข้างต้นทราบเพื่อจะได้รายงาน ทบ.ต่อไป
ข้อ ๑๐๑ การลงนามในบัตรอนุญาตลา แบบ ๒ สำหรับทหารกองประจำการที่รับราชการครบตามกฏหมายว่าด้วยการรับราชาการทหาร ลาพักเพื่อรอการปลด ให้ผู้บังคับบัญชาชั้นผู้บังคับกองร้อยหรือเทียบเท่าขึ้นไปเป็นเป็นผู้ลงนามในบัตรอนุญาตลา แบบ ๒
ข้อ ๑๐๒ บัตรอนุญาตลาแบบ ๒ ที่จ่ายให้ทหารนอกกองประจำการตามข้อ ๑๐๑ มีอายุใช้เป็นหลักฐานแทนหนังสือสำคัญในสมุดประจำตัวทหารนอกกองประจำการเป็นการชั่วคราวได้เพียง ๒ เดือน นับตั้งแต่วันรับราชการครบกำหนดตามกฏหมายว่าด้วยการรับราชาการทหาร และให้ระบุกำหนดเวลาหมดอายุไว้ตอนบนของบัตรอนุญาตลา แบบ ๒ ให้ชัดเจนว่า “ ให้แทนหนังสือสำคัญประจำทหารนอกกองประจำการได้ถึง วันที่ ......เดือน......พ.ศ.........” เมื่อครบกำหนดแล้ว แต่ทหารนอกกองประจำการยังขอรับสมุดประจำตัวทหารนอกกองประจำการไม่ได้ เนื่องจากความบกพร่องในหน้าที่ของส่วนราชการที่เกี่ยวข้องนั้น ๆ
หมวด ๑๒
เบ็ดเตล็ด
ข้อ ๑๐๓ การขอลาราชการของข้าราชการกองทัพบก โดยไม่ขอรับเงินเดือน เพื่อติดตามคู่สมรส ซึ่งย้ายไปรับราชการในต่างประเทศ ให้อนุญาตลาได้ไม่เกินระยะเวลาในข้อ ๖๒ และให้เสนอรายงานตามลำดับ จนถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นผู้พิจารณา ถ้าขอลาราชการเกินกว่าที่กำหนดไว้ให้ลาออก แต่เมื่อกลับเข้ามา ถ้าสมัครใจเข้ารับราชการในตำแหน่งเดิม และมีอัตราว่างก็ให้มีโอกาสได้รับการบรรจุเข้ารับราชการก่อนคนอื่น
ข้อ ๑๐๔ ในกรณีที่ข้าราชการสังกัดกองทัพบกลาป่วยหรือลากิจ ทางราชการไม่ถือว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่ราชการ และไม่มีสิทธินับเป็นวันราชการทวีคูณได้
ข้อ ๑๐๕ ผู้ที่ได้รับอนุญาตให้ลาพักเพื่อรอการปลด ย่อมไม่มีสิทธิได้รับวันราชการทวีคูณ เพราะมีลักษณะเช่นเดียวกับผู้ที่ลาป่วยหรือลากิจ คือ มิได้ประจำปฏิบัติหน้าที่ราชการ
ข้อ ๑๐๖ ให้ กรมกำลังพลทหารบก รักษาการตามระเบียบนี้
ประกาศ ณ วันที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๓๖
(ลงชื่อ) พลเอก วิมล วงศ์วานิช
( วิมล วงศ์วานิช )
ผู้บัญชาการทหารบก
ระเบียบ ทบ.ว่าด้วยการออมทรัพย์ข้าราชการ ทบ. พ.ศ.๒๕๔๘
ระเบียบ ทบ.ว่าด้วยการออมทรัพย์ข้าราชการ ทบ. พ.ศ.๒๕๔๘
------------------------
------------------------
จากการประชุม คอทบ. ครั้งที่ ๒/๔๘ เมื่อ ๒๔ พ.ค.๔๘ ที่ประชุมมีมติให้ปรับปรุงแก้ไข ระเบียบ ทบ. ว่าด้วยการออมทรัพย์ข้าราชการ ทบ. พ.ศ.๒๕๔๖ และระเบียบ ทบ.ว่าด้วยการออมทรัพย์ข้าราชการ ทบ. (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๔๗ ทั้งนี้เพื่อปรับแนวทางการบริหารงานของกิจการ อทบ. ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อข้าราชการ ทบ. และเกิดความมั่นคงต่อกิจการ อทบ. ซึ่ง ผบ.ทบ. ได้ลงนามยกเลิกระเบียบ ทบ. ๒ ฉบับ ดังกล่าว และให้ใช้ระเบียบ ทบ. ว่าด้วยการออมทรัพย์ข้าราชการ ทบ. พ.ศ.๒๕๔ แทนเมื่อ ๒๓ ส.ค.๔๘ มีสาระสำคัญ ดังนี้
๑.๑ การกู้เวิน อทบ.ประเภทบำบัดทุกข์ หากผู้กู้มีหนี้ อทบ.บำบัดทุกข์ และได้ผ่อนชำระหนี้แล้ว เกินกึ่งหนึ่งของจำนวนงวดตามสัญญา ผู้กู้มีความประสงค์ขอกู้เงิน อท.ประเภทบำบัดทุกข์ใหม่ สาใรถเนอคำขอกู้ใหม่ได้ โดยมิต้องชำระหนี้ อทบ.บำบัดทุกข์ที่ขอกู้ใหม่ และจ่ายส่วนที่เหลือให้แก่ผู้กู้ต่อไป
๑.๒ การกู้เงิน อทบ.ประเภทพิเศษ และการกู้เงิน อทบ.ประเภทเพื่อการเคหสงเคราะห์ผู้กู้สามารถทำประกันชีวิต เพื่อค้ำประกันยอดวงเงินกู้ได้ โดยกิจการ อทบ.(สก.ทบ) จะอนุมัติยอดวงเงินทำประกันชีวิตเพิ่มเติม จากยอดวงเงินกู้
๑.๓ เปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก และเงินกู้ของกิจการ อทบ. โดยมีผลบังตับใช้ตั้งแต่ ๑ ต.๕.๔๘ เป็นต้นไปดังนี้
๑.๓.๑ ดอกเบี้ยเงิน อทบ.ฝาก ปรับเปลี่ยนจากอัตราร้อยละ ๕ ต่อปี เป็นอัตราร้อยละ ๔ ต่อปี
๑.๓.๒ ดอกเบี้ยเงินกู้ อทบ.ทุกประเภท ปรับเปลี่ยนจากอัตราร้อยละ ๖.๕ ต่อปี เป็นอัตราร้อยละ ๕ง๕. ต่อปี
๑.๔ การส่งเงิน อทบ.ฝาก,อทบ.ฝากสมทบ และหนี้เงินกู้ อทบ.ทุกประเภท หน่วยจะต้องส่งเงินพร้อมเอกสารการโอนเงิน และบัญชีรายละเอียด รายชื่อและจำนวนเงินของ อทบ.ฝาก,เงินกู้ อทบ.ทุกประเภท ให้ สก.ทบ. ภายในวันสิ้นเดือน ของเดือนที่ทำการตัดจ่ายเงินเดือน
๑.๕ ในเดือน มิ.ย. ของทุกปี ให้หน่วยจัดทำบัญชีสรุปยอดเงิน อทบ.ฝาก และเงินฝากสมทบ ของกำลังพลภายในหน่วย เพื่อใช้เป็นหลักเกณฑ์ในการหักเงินฝาก ประจำปีงบประมาณ
๒. การเปลี่ยนแปลงระเบียบ ทบ. ดังกล่าว เพื่อให้การดำเนินงานด้านกิจการ อทบ.เป็นไปด้วยความเรียบร้อย สก.ทบ. ขอเสนอแนวทางให้หน่วยปฏิบัติดังนี้
๒.๑ การกู้เงิน อทบ.บำบัดทุกข์
๒.๑.๑ หากหน่วยส่งรายละเอียดคำขอกู้เงิน อทบ.ประเภทบำบัดทุกข์ ขอให้หน่วยแยกกลุ่มของผู้กู้เป็น ๒ กลุ่ม คือ กลุ่มที่ไม่มีหนี้ อทบ.บำบัดทุกข์ และมีหนี้ อทบ.บำบัดทุกข์
๒.๑.๒ หากผู้กู้มีหนี้ อทบ.บำบัดทุกข์ และผ่อนชำระหนี้เกินกึ่งหนึ่งของจำนวนงวดตามสัญญาแล้ว ประสงค์จะขอกู้ตามหลักเกณฑ์ใหม่ (หักลบหนี้เดิมจากยอดเงินกู้ใหม่) ขอให้หน่วยได้แจ้งรายละเอียดในคำขอกู้พร้อมทั้งระบุจำนวนงวดคงเหลือ (หนี้เดิม) ที่ต้องการจะหักชำระหนี้จากยอดวงเงินกู้ใหม่ด้วย
๒.๒ การทำประกันชีวิต ผู้ขอกู้เงิน อทบ.พิเศษ และ อทบ.เพื่อการเคหสงเคระห์มีความประสงทำการประกันชีวิต เพื่อคุ้มครองยอดวงเงินกู้ ให้หน่วยระบุความต้องการ ภายในหนังสือนำจากหน่วยเป็นเฉพาะรายบุคคล โดย สก.ทบ. จะเป็นผู้ประสานกับ บริษัทประกันชีวิตให้
๓. ผบ.ทบ. ได้กรุณาอนุมัติหลักการการกู้เงิน อทบ.ประเภทเคหสงเคราะห์ เป็นกรณีพิเศษ สำหรับผู้กู้ชั้นยศ พ.อ.ขึ้นไป ที่มีความประสงค์ซื้อบ้านพร้อมที่ดิน หรือปลูกสร้างบ้านพักอาศัยในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล สามารถขอกู้ได้ในวงเงินไม่เกิน ๓ ล้านบาท
---------------------
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)







